My Sketch book จงใช้ชีวิตเหมือนไม่มียางลบบนโลกใบนี้

เรามีสมุดสเก็ตช์ภาพเป็นสิ่งคู่กายเสมอ

ที่ทำงาน 1 เล่ม

ที่บ้าน 2 เล่ม (เพราะวาดที่บ้านมากกว่า)

ส่วนอุปกรณ์ที่เราใช้ในการวาดเราชอบดินสอกด

ไม่มียางลบ

..ตอนเรียนทัศนศิลป์ จะมีการบ้านข้อหนึ่งที่ให้เรามองหน้าเพื่อนที่นั่งข้างหน้า แล้ววาดโดยห้ามก้มมองสิ่งที่เราวาด และต้องวาดโดยไม่ยกดินสอ ยกได้หลังวาดเสร็จเท่านั้น

เราว่ามันเป็นโจทย์ที่ตลก .. มันจะสวยได้ยังไง ในเมื่อเราไม่ได้มองสิ่งที่เราวาด แถมห้ามยกดินสออีก ลายเส้นมันก็อีรุงตุงนังสิ

เราวางแผนในการวาด .. เริ่มจากใบหน้า คิ้ว ตา จมูก ปาก ..

ส่วนที่ควรยกดินสอขึ้น เราใช้วิธีลงน้ำหนักดินสอให้เบามือแทน…

วาดจนหนำใจ(โดยที่ไม่ได้มองรูป) ก็ยกดินสอเป็นอันเสร็จสิ้นตามโจทย์ .. ผลปรากฎก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่จินตนาการไว้ เพราะมันยังพอมองเห็นเป็นหน้าคน

ครูเฉลยว่านี่คือการฝึกการมองพร้อมกับการใช้มือ รวมถึงการประสานความคิดเพื่อกะระยะ และจินตนาการสิ่งที่วาดโดยไม่ใช้ตา แต่ใช้ความรู้สึกแทน

แต่เราได้ข้อคิดมากกว่าสิ่งที่ครูกำลังสอน

เราว่าศิลปะ มันไม่จำเป็นต้องสวยงามทุกรูป

ไม่จำเป็นต้องกลัวความผิดพลาดเหมือนการคิดเลข

ไม่จำเป็นที่ต้องอาศัยความแม่นยำในการกะระยะ พิกัด อะไรเลย

แค่ใช้ใจ แค่ใช้ความรู้สึก .. ทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะ

ตั้งแต่นั้นมา เราใช้ยางลบน้อยลง และทุกวันนี้ เราคิดว่ายางลบไม่ใช่สิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้ในการวาดรูปอีกต่อไป

เรารู้สึกว่าเราไม่ต้องกลัวความผิดพลาด เมื่อเราสร้างผลงานศิลปะ

แค่เพียงใช้ใจ ประสานกับมือ ผสมกับสิ่งที่คิดและรับรู้ได้จากสมองแล้วถ่ายทอดมันออกมา..

ดินสอกดยังคงเป็นอุปกรณ์ที่ดีที่สุดสำหรับเรา

เราชอบเสียงที่เกิดขึ้น จากการใช้ดินสดกดขีดเขียนลงบนกระดาษ

เราไม่ชอบดินสอไม้ เพราะต้องเหลา เราเหลาดินสอไม่เก่งเลย และไม่ชอบความสกปรกเวลาเหลาด้วยคัตเตอร์ด้วย

เราไม่ชอบดินสอเปลี่ยนไส้ เพราะส่วนใหญ่ไส้มันเงา วาดบนกระดาษแล้วเงาๆ ไม่ด้านเหมือนไส้ดินสอกด

เราชอบความอิสระเสรี ในการบังคับดินสอกด ที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคอะไรในปัจจุบันก็แทนมันไม่ได้

เม้าส์ปากกา เม้าส์(ธรรมดา) เราก็ใช้ .. แต่เราว่ามันก็ให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกับการใช้ดินสออยู่ดี

รูปทุกรูปที่เราวาด เราจะสเก็ตช์ด้วยดินสอก่อน จากนั้นจึงนำไปดราฟด้วยคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรม Illustrator อีกครั้ง

เราเตือนตัวเองบ่อยๆ ว่าให้ใช้ชีวิตเหมือนการวาดรูปโดยไม่มียางลบ

ไม่ต้องกลัวความผิดพลาด ไม่ต้องกลัวความไม่เพอร์เฟค

อยากวาดอะไร – จงวาด

อยากทำอะไร – จงทำ

ที่เหลือมันคือความสวยงามของชีวิต เหมือนกับการที่เราได้มองภาพศิลปะของตัวเอง

แม้มันจะเป็นภาพที่สวยบ้างไม่สวยบ้าง

แต่ความสุขมันเกิดขึ้นตั้งแต่เราเริ่มลงมือวาดมันแล้ว

Author: AbaiyaMook