ตะลุย Japan แดนมินิมอล (1)

ตะลุย Japan แดนมินิมอล (1) ตลาดคุโรมง

ญี่ปุ่นวันที่1

ทริปนี้เป็นทริปญี่ปุ่นครั้งแรกของเรา

เราปักหลักที่เมือง “โอซาก้า” ในเขตคันไซ ซึ่งตอนเราดูการ์ตูนญี่ปุ่นตอนเด็กๆ เรามีภาพจำว่าโอซาก้าเนี่ย เป็นเมืองบ้านนอกที่ยังไม่เจริญ

และจะมีหลายฉากที่ตัวการ์ตูนที่มาจากโอซาก้าจะพูดเหน่อ คนพากย์ไทย ก็ใช้สำเนียงสุพรรณ อะไรประมาณนั้น

เราเลยเลือกที่จะไปโอซาก้า 

แต่พอจองตั๋วลงสนามบินคันไซ ก็ได้รู้ความจริงจากเพื่อนว่า

“โอซาก้ามันเจริญแล้วว้อยยยยแกรรรร”

ไอ้ที่แกดูน่ะ มันกี่สิบปีมาแล้ว

.

เออ ก็จริง 

แต่เราก็ไม่ผิดหวังใดใด เพราะเป้าหมายหลักที่เราเลือกไปเมืองนี้ คือ 

กิน !!

เป้าหมายรองก็คือ กิน!!

เป้าหมายอื่นๆ ก็คือ กิน!!

จะแยกหลักแยกรองทำไม ในเมื่อมีอยู่เป้าหมายเดียว!! 

.

วันเดินทางคือวันที่ 1 มีนาคม 2018

ช่วงเวลานั้นของญี่ปุ่น เป็นช่วงเดือนที่ผ่านพ้นความเหน็บหนาวแบบพีคสุดๆมาแล้วในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์

.

ดังนั้นในเดือนนี้ จะมีความหนาวเล็กๆ ที่อุณหภูมิ 12 องศา ก่อนจะเข้าฤดูที่ซากุระบานใ่นช่วงเมษายน

คืออีย่อหน้าข้างบน เราทั้งคู่คิดแบบนั้น .. 12 องศาเอง กำลังชิล เหมือนขึ้นดอยหน้าหนาวในไทยไงแกร

.

ทว่าก้าวลงจากเครื่อง

อื้อหือ…

ความหนาวของญี่ปุ่นจะไม่มีความชื้นเหมือนหน้าหนาวในไทย

มันเป็นความหนาวแห้งๆ จัดๆ เหมือนอยู่ในห้องแอร์ที่เปิดโหมด dry function

ประกอบกับลมพัดแรงเหลือเกินพี่จ๋าาาาา .. เวลาลมพัดมาทีสั่นงั่กๆๆๆ …

ยังดีที่เราทั้งคู่ถือคติว่า “เหลือดีกว่าขาด”

ตลาดคุโรมง

ชุดที่เตรียมมาทั้งสเวตเตอร์ โค้ท ฮีทเทค จึงเอาอยู่ !!

.

วันแรกของเราหลังลงจากเครื่อง เป็นช่วงเวลาเช้าตรู่ จากสนามบินก็เข้าที่พักเลย เพราะต้องนำสัมภาระไปเก็บ

.

เราเลือกพักที่โรงแรม APA Namba Eki Higashi เป็นโรงแรมที่คนไทยนิยม เพราะเดินทางสะดวก ติดแหล่งช้อปปิ้ง และมีข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นครบ ในราคาไม่ถูกไม่แพงนัก

เราใช้เวลาวันแรกของเราไปกับการสำรวจรอบๆ ในละแวกโรงแรม

ที่แรกคือตลาดคุโรมง

ตัวกลมเริงร่า ที่ตลาดคุโรมง

ตลาดที่เป็นแหล่งรวมของกินรสเลิศ ฝากท้องไว้กับร้านอาหารญี่ปุ่นที่เราบังเอิญเดินเจอแล้วเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวนั่งกินเยอะ

ของขึ้นชื่อ สำหรับโอซาก้าคือสิ่งนี้

วิธีการสั่ง คือ จิ้มเอาหน้าร้าน แล้วมานั่งโต๊ะ .. เราสั่งข้าวหน้าไข่หอยเม่น (อูนิ) และปลาดิบอีกหลายๆแบบ

อูนิ (ไข่หอยเม่น) ที่ไม่ค่อยโอเคเลย เพราะฟรีซมา (เมืองไทยอร่อยกว่า)

ราคาที่จ่ายพอๆกับทานร้านอาหารญี่ปุ่นในกรุงเทพในระดับกลางๆ .. แต่ความสด และอร่อยเรากลับรู้สึกว่ากินที่กรุงเทพอร่อยกว่า

.

ร้านใช้ของฟรีซมาเวฟให้

ซึ่งของฟรีซก็ว่าแย่แล้ว เพราะความสดจะหายไป

การปรุงด้วยการเวฟ ยิ่งทำร้ายวัตถุดิบมากขึ้นไปอีก

และมื้อนี้ก็ทำให้เราเข็ด ที่เลือกร้านโดยดูจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่นั่งกิน เพราะรู้สึกว่า นักท่องเที่ยวเหล่านั้น ก็ไม่รู้เหมือนกันนั่นแหละ ว่าต้องกินร้านไหน 

.

จบจากหอยเม่น เราแก้มือด้วยการเดินตลาดคุโรมงไปเรื่อย

ร้านที่เยอะที่สุดในย่านนี้คือ ร้านเนื้อทอด หมูทอด ขาปูทอด แบบเสียบไม้ ข้อควรระวังเวลาเราไปเที่ยวที่ตลาดนี้ คือ อย่าถ่ายรูปแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ

หลายร้านติดป้ายห้ามถ่ายรูป

.

ถ้าเราเผลอถ่ายตอนเจ้าของร้านไม่เห็นก็ไม่เป็นไร

แต่ถ้าเค้าเห็นมีทำตาขวางและไล่ตะเพิดเลยก็มี (เป็นภาษาญี่ปุ่น)

และเวลาจะถามว่า นี่อะไร นั่นอะไร อย่าชี้นิ้วไปเด็ดขาด

.

คนญี่ปุ่นไม่เข้าใจภาษาอังกฤษเยอะมาก

เค้ามองจากท่าทางของเราเอา

การที่เราชี้นิ้ว และพูดในภาษาที่เค้าไม่รู้เรื่อง  บางร้านจะแปลความว่า “เอาไอ้นี่ เอาไอนั่น เอาไอ้โน่น” ตามที่เราชี้ไปนั่นแหละ

และกว่าเราจะรู้ตัว พ่อค้าแม่ค้าก็โยนทุกสิ่งที่เราชี้ลงกระทะแล้ว 555

ร้านเนื้อย่างแบบเสียบไม้ร้านนี้ก็เช่นกัน

สนนราคาที่ไม้ละ 500 เยน

คนขายเป็นคุณป้าที่หน้าตาพร้อมเหวี่ยงวีนทุกเมื่อ

ตัวกลมถามว่านี่อะไร เนื้อหรือหมู ?พร้อมชี้นิ้ว

.

ทันใดนั้น คุณป้าก็เหมือนโดนกดปุ่มสวิตช์ทันทีจ้า

โยนไอ้ที่ชี้ลงกระทะร้อนๆ .. เราเองก็มองหน้าตัวกลมอย่างสะพรึง

คุณป้าร้านเนื้อ

แต่ก็เลยตามเลย เพราะสื่อสารไปป้าก็ไม่เข้าใจ .. ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เราเลยเอามือถือมาถ่ายรูปป้าซะเลย (ในโพสต์ลงรูปป้าด้วยนะ)

พอซื้อแล้วป้าก็ไม่วีนที่เราถ่ายรูปอะไรใดๆ ก็ซื้อแล้วนี่ .. เราก็มองกรรมวิธีการทำของป้าแบบเพลินๆ

.

การปรุงของคนญี่ปุ่น จะไม่มีการหมักเนื้อทิ้งไว้ก่อน

จะใช้เนื้อสดๆเสียบไม้ และแนบลงกระทะร้อนๆ และใช้เหล็กที่มีลักษณะเหมือนเตารีดกด เพื่อให้เนื้อแนบไปกับกระทะ และรีดน้ำจากเนื้อออกมาเล็กน้อย

ไม่ใส่น้ำมันใดๆ เพราะเนื้อมีมันแทรกค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว

เมื่อเนื้อใกล้สุก แบบมีเดียมแรร์ ปรุงรสด้วยพริกไทยและเกลือป่น

แค่นั้นก็ยกเสิร์ฟเลย เราคิดในใจว่า จะอร่อยเร้อออออ

ปรุงนิดหน่อย แต่อร่อยล้ำ

แต่ตัวกลมกัดเข้าไปครั้งแรก.. สีหน้าของตัวกลมก็แสดงออกว่า ฟินเวอร์ร์ร์จนเราไม่ต้องถามซ้ำอีกว่าอร่อยไหม

ตัวกลมบอกว่ามันนุ่ม มันอร่อย มันดีมากกก

ขอบคุณป้าที่เข้าใจผิด  จนทำให้ตัวกลมได้กินของอร่อยแบบไม่ตั้งใจ

.

เดินต่อไปกับตลาดคุโรมง ได้ลิ้มรสดังโงะที่แม่ค้าไม่เป็นมิตรมากกว่าป้าร้านแรก

ขนาดตัวกลมซื้อแล้ว ก็ยังไม่เป็นมิตร เป็นดังโงะที่รสชาติเป็นไปตามส่วนผสมของมัน ก็คือแป้ง

.

ดังโงะ ที่รสชาติดีที่สุด ต้องดังโงะที่ตลาดคุโรมง

แป้งแบบไม่ปรุงรสเสียบไม้ปิ้ง จะให้อร่อยไปได้อย่างไร   ราดด้วยน้ำออกหวานๆเค็มๆ ให้พอมีรสชาติ

ตัวกลมมาบอกทีหลังว่า แม้รสชาติจะไม่ค่อยโอเค แต่ดังโงะของร้านนี้ รสชาติดีที่สุดแล้วที่ได้กินตลอดทริปนี้

.

จบจากตลาดคุโรมงพอสังเขป เราก็เดินต่อไปที่ Dotonburi

โดทงบุริ

สถานที่ฮอตฮิต ที่นักท่องเที่ยวมักมาถ่ายรูปกับป้ายกุลิโกะ

ที่นี่วิวดี มีทั้งแหล่งของกิน และเหมาะกับการช้อปปิ้งหลายตรอกซอกซอย เวลาที่เราไปยังไม่ใช่ช่วงที่คนแห่กันมา เลยพอมีเวลาเก็บภาพแบบสบายๆ

.

ที่นี่จะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงกลางคืน เพราะมีร้านนั่งดื่มเต็มไปหมด(รวมทั้งโฮสท์ต่างๆ) รและดองกี้ ที่คนไทยชอบซื้อของฝากกันด้วย

เรียกได้ว่าเป็นย่านที่ไม่เคยหลับไหลของโอซาก้าเลยทีเดียว

.

ก่อนปิดท้ายวันแรก

.

ตัวกลมมีเซอร์ไพร์สวันเกิดเราด้วยการเตี๊ยมกับซีอองและซายากะ เพื่อนตัวกลมที่อยู่ในญี่ปุ่น

ทั้งคู่น่ารักมาก ขับรถมาทั้งครอบครัวพร้อมกับลูกทั้งสองคน รับเรากับตัวกลมไปทานข้าวที่ซูชิบาร์ร้านนึง

เป็นร้านที่เราเองก็ไม่ได้เก็บภาพมา เพราะคนญี่ปุ่นค่อนข้างหวงแหนความเป็นส่วนตัว

ซีอองกับซายากะก็เช่นกัน คือ จะไม่อยากให้เราถ่ายรูป หรือถ้าถ่ายแล้วก็จะไม่อนุญาตให้โพสต์ลงโซเชียลเด็ดขาด โดยเฉพาะรูปที่มีเด็กๆ ลูกๆของเค้า (เป็นกฎหมายด้วย ว่าห้ามโพสต์)

.

ร้านที่เค้าพาไปเป็นร้านซูชิแบบที่สามารถเลือกได้จากแทปเล็ต

.

เมื่อเลือกแล้วจะมีอาหารที่เราเลือกวิ่งมา.. เรียกว่าวิ่งมาเลยนะ เพราะเร็วมาก โดยถูกส่งมาที่สายพาน และหยุดที่โต๊ะเราพอดี

เมื่อทานเสร็จเรียบร้อยแล้วในแต่ละจาน ก็เอาจานนั้นทิ้งลงที่ช่องเก็บ ซึ่งแต่ละโต๊ะจะมีช่องนี้ทุกโต๊ะพร้อมกับมีการลุ้นโชคที่หน้าจอ เป็นตัวการ์ตูนญี่ปุ่น .. ว่าจานที่เราทิ้งลงไปนั้น เราได้ลุ้นอะไรไหม เช่น ได้นั่นนู่นนี่ฟรี

.

คือไอเดียนี้เราว่าดีมาก ทำให้เด็กๆสนุกมาก เวลาทิ้งจานลงไป

สนุกจน ขนาดเรายังกินไม่หมด เด็กๆยังอยากจะโยนลงไปเลย (รอก๊อนนน)

จบจากมื้อนี้แล้ว ซีอองและซายากะพาเราขับรถวนไปที่ห้างๆนึง

เราก็แอบกระซิบถามตัวกลม ว่าเค้าไปไหนน่ะ .. ตัวกลมบอกว่า คงพามาเที่ยวมั้ง

พอจอดรถ ลงจากรถเสร็จ ทั้งคู่พาเราไปนั่งที่โต๊ะ และการแผนการเซอร์ไพร์สก็เริ่มดำเนินไป

ซายากะเปิดเค้กร้องแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้เราพร้อมตัวกลม ซีออง และลูกๆของเค้า

เซอร์ไพร์สวันเกิดเรา จากซีอองและซายากะ

เรางง และงง และงง ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้

ได้แต่กล่าวขอบคุณนับครั้งไม่ถ้วนเพราะเกรงใจและประทับใจมาก

.

จบวันแรกในญี่ปุ่นด้วยความประทับใจ .. วันต่อไปโปรดติดตามชมน้า

Author: AbaiyaMook